เทพเจ้ากรีก (ภาค1) คาลีสโต้ Callisto

เทพเจ้ากรีก (ภาค1) คาลีสโต้ Callisto

เมียน้อยของจูปีเตอร์ ที่เคราะห์ร้ายหนักหนาต้องชะตาขาด ทั้งแม่และลูก เพราะถูกจูโน่ตามจองล้างจองผลาญจนวาระสุดท้าย   แต่ในบางตำนานก็ขยายเรื่องราวต่อไปให้ดูพอมีเหตุผลขึ้นอีกสักนิดหนึ่ง แต่ก็หนีไม่พ้นโศกนาฎกรรมซ้ำสอง เรื่องก็คือ

คาลีสโต้เป็นธิดาพระเจ้าลีคาโอน Lycaon แห่งแคว้นอารคาเดีย Arcadia   เธอมีความจงรักภักดีต่อเทพธิดาไดอานา จึงถวายตัวเข้าเป็นบริวารในบรรดานางไม้ของขบวนล่าสัตว์ของเธอ   แต่ความงามของคาลีสโต้เกิดเป็นที่พึงตาพึงใจของจูปีเตอร์ แล้วในที่สุดก็เลยตกเป็นเมียลับนางหนึ่งของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ไป จนกระทั่งเกิดท้องขึ้นมา   เหล่านางไม้อื่นๆ คงจะมีความอิจฉากระมัง นำความไปแจ้งแก่นายตน   แต่แรกไดอาน่าก็ไม่เชื่อ เลยต้องมีการลากตัวออกมาเปิดพิสูจน์ดูกันว่าท้องจริงหรือเปล่า   ไดอาน่าโกรธหนักหนาที่คาลีสโต้ไม่รักษาพรหมจรรย์ จึงไล่เธอออกจากการเป็นบริวาร   ครั้นจูโน่รู้เรื่องก็เข้าซ้ำติมให้โทษหนักยิ่งขึ้น โดยสาปให้เธอและลูกในท้องกลายเป็นหมีไปเสีย ต้องระหกระเหินเดินป่าด้วยความยากลำบาก จนกระทั้งคลอดออกมาเป็นพ่อหมีน้อยน่ารักหนักหนา   ก็ยังไม่วายที่จะกลั่นแกล้งรังแกต่อไปจนถึงที่สุด สั่งมิให้ผู้ใดให้ความช่วยเหลือประการใด ทั้งสิ้น   แม้กระทั่งต้นไม้ในป่าก็ถูกสั่งให้หดกิ่งก้านหลบหนีแม่ลูก เพื่อมิให้มีร่มปกป้องแดดฝน   ยามจะและเล็มกินลูกใบก็ให้เบนหนีเสียจนพ้นเอื้อม   จะย่างลงยังหนองน้ำยามหิวกระหายก็พาลแห้งแล้งไปมิได้ดื่มกิน ทรมานตลอดไปจนในที่สุดก็ถึงแก่ความตาย   จูปีเตอร์จึงมาช่วยบันดาลให้กลายเป็นดวงดาวไปประดับไว้บนท้องฟ้า แต่เมื่อยามตกระกำลำบากหนักหนาหาได้ยื่นมือเข้าเกี่ยวข้อง   ทั้งนี้ เนื้อหาของเรื่องต้องการจะเน้นแนะให้เห็นว่า ชีวิตนั้นมิได้มีแต่ความราบรื่นสุขสบายเสมอไป ไม่บางชีวิตจำต้องขวนขวายจนถึงบั้นปลายก็ยังหาได้พ้นปัญหา

               สองแม่ลูกหมีน้อยด้อยวาสนา โชคชะตาตกต่ำลำบากยิ่ง
        ดั้นด้นหนทางยากหนักใจจริง บรรดาสิ่งรอบกายไม่เหมือนมา
        ดึงลูกน้อยมากอดออดสะอื้น จำใจฝืนฝ่าไปไม่รู้ว่า
        จะมีเหตุเภทภัยอะไรมา ครั่นอุราผวาสั่นประหวั่นเกรง
               แสนลำบากยากเย็นเข็ญใจนัก ต้องทุกข์หนักจักตรมโดนข่มเหง
        เหลือลำพังสองเราเท่านั้นเอง จำฝืนเก่งเพ่งหน้าน้ำตาคลอ
        ประคองลูกแน่นไว้ใจระทึก ยังรู้สึกตรึกภัยร้ายไหนหนอ
        มิรู้ทำประการใดใฝ่รีรอ มิชินต่อสภาพใหม่ใจพะวงฯ

อีกตำนานนั้นให้เนื้อความเปลี่ยนไปว่า ครั้นไดอาน่าเห็นคาลิสโต้ท้องก็โกรธแค้น แต่ก็ยังมีความเวทนาอยู่บ้างจึงปล่อยให้เธออยู่ต่อไปจนคลอดและให้นมจนแข็งแรงดีพอแล้ว จึงไล่ออกจากคณะ   และจูโน่ได้เข้าช่วยซ้ำเติมโดยแปลงร่างเธอเป็นแม่หมีไปเสีย เพื่อจูปีเตอร์จะได้เลิกมีความสัมพันธ์ด้วย   แม่หมีจึงจำต้องซมซานอยู่ในป่าแต่ลำพังผู้เดียว คิดถึงลูกน้อยใจจะขาดจึงมิได้หลบหายไปไหนไกลด้วยยังมีห่วงใยอยู่

ฝ่ายทางด้านลูกน้อยซึ่งนางไม้ให้ชื่อว่า อารคาส พอโตได้หน่อย ไดอาน่าก็สั่งให้นำไปถวายพระเจ้าลีคาโอน อธิบายความเป็นมาให้ทราบแจ่มแจ้ง ซึ่งพระเจ้าลีคาโอนก็รับหลานน้อยไว้ด้วยความปลาบปลื้ม   เนื่องด้วยไม่มีทายาทของแผ่นดิน จึงตั้งตำแหน่งมกุฎราชกุมารให้เสียด้วย   เจ้าชายน้อยเติบโตขึ้นด้วยความคุ้มครองของเทพธิดามิเนรว่า และ เซเรส ร่วมกัน   อารคาสจึงมีทั้งความเฉลียวฉลาดและเก่งกาจด้านงานกสิกรรม นัยว่าเป็นผู้คิดเอาข้าวสาลีมาป่นเป็นแป้งเพื่อทำขนมปัง   อีกทั้งเอาพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แฟล็กซ์ flax มาเปลี่ยนเป็นเส้นใยเพื่อใช้ทอผ้า (อันนี้เราทราบดีว่าชาวอีจิปต์โบราณคิดค้นขึ้นมาหลายพันปีแล้ว) อีกทั้งคิดเอาขนสัตว์มาปั่นเป็นเส้นใยสำหรับทำเครื่องนุ่มห่ม

ต่อมาพระเจ้าลีคาโอนเกิดมีจิตวิปริตโหดร้ายหนักหนา เทพเจ้าจึงเปลี่ยนร่างให้เป็นหมาป่าไปเสีย   อารคาสขึ้นครองราชย์อยู่ได้ไม่นานก็เกิดความเบื่อหน่ายด้วยไม่ใช่สิ่งที่ตนรัก เนื่องจากเคยมีชีวิตเยาว์วัยปะปนอยู่กับนางไม้ที่ชอบล่าสัตว์เป็นนิจสิน   จึงมีนิสัยใจจดจ่ออยู่กับการล่า หาได้ใส่ใจกับการปกครองแผ่นดิน จึงหาผู้ทำหน้าที่แทนแล้วก็เข้าป่าดำเนินชีวิตเป็นนายพราน

ฝ่ายแม่หมีก็หาได้ไปไหนไกลจากลูกพยายามวนเวียนอยู่แถวชายป่าเพื่อให้มีความรู้สึกว่า มิได้ห่างจากลูก   และก็ด้วยความปกป้องของเทพเจ้า เธอจึงพ้นภัยจากการถูกล่า   วันหนึ่งบังเอิญเห็นลูกชายเดินดุ่มเข้าป่ามาใกล้ตน ด้วยความดีใจหาได้คิดหน้าหลังอันใดไม่เลย ถลาเข้าหาเพื่อขอแสดงความรักและห่วงใย   แต่ในสถานการณ์เช่นนั้น สัญชาติญาณของพรานไพร ย่อมระวังระไว ในอันตรายที่จะย่างกรายมาถึงตัวเมื่อไรก็ได้   ธนูที่พร้อมอยู่แล้วในมือจึงยิงเปรี้ยงเข้าสู่ยังอกแม่หมีอย่างจัง ถลาลงฟุบขาดใจตายอยู่แทบเท้าลูกชายของตน   จูปีเตอร์ผู้ซึ่งมิได้ปล่อยปละละเลยเสียทีเดียว ยังเหลียวมองดูความเป็นไปอยู่เนืองๆ แต่มิได้คิดเลยว่าเรื่องจะมาลงเอยด้วยลูกฆ่าแม่เช่นนี้ จึงมิได้เตรียมตัวเตือนให้ใครรู้สาเหตุได้ทันท่วงที บัดนี้ก็สายไปเสียแล้ว   จึงเปลี่ยนร่างของสองแม่ลูกให้เป็นดวงดาวไปประดับท้องฟ้าด้านเหนือ มีแสงสว่างสุกสกาวดังที่เราเรียกว่า ดาวหมีน้อยและดาวหมีใหญ่   มีตำแหน่งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือโดยไม่เปลี่ยนตำแหน่งแห่งที่ ปรากฎแก่สายตานักดาราศาสตร์และนักเดินทางจึงได้อาศัยดาวแม่ลูกนี้ในการหาดาวเหนือ เพื่อดูทิศทางมาแต่โบราณกาล

นิทานเรื่องนี้ จึงเป็นตำนานการเกิดของดวงดาวหมีน้อยและหมีใหญ่

ฝ่ายทางเมืองที่อารคาสละทิ้งมา ก็อยู่ใความดูแลของเทพเจ้าให้มีความเจริญรุ่งเรือง เรียกว่าแคว้นอารคาเดีย   อันนี้จึงไม่ทราบว่าชื่อเมืองมาก่อน ชื่อลูกของคาลีสโต้หรือพระเจ้าลีคาโอนได้ใช้ชื่ออารคาส ไปตั้งชื่อเมือง