เทพเจ้ากรีก (ภาค1) กำเนิดของจูปีเตอร์

เทพเจ้ากรีก (ภาค1) กำเนิดของจูปีเตอร์

แต่ก็เริงร่าสบายอกสบายใจอยู่ได้ไม่นาน ครั้นพระนางเรมีท้องขึ้นมา   คำขู่ของบิดาย้อนกลับมาก้องอยู่ในสมอง เกิดความกลัวเสียแล้ว ว่า พวกลูกๆ จะมาแย่งอำนาจไปเช่นที่ตนทำกับพ่อ จำต้องหาทางป้องกันเอาไว้เสียก่อน   แต่มีวิธีการที่ออกจะผิดปรกติอยู่สักหน่อย ครั้นพระนางเรคลอดบุตรหรือธิดาออกมา ก็จับเข้าปากกลืนลงท้อง ไปเสียทั้งหมด   จนกระทั่งพระนางท้องลูกคนที่สิบสอง ทนความโหดร้ายของพระสวามีไม่ไหวแล้ว เพราะใคร่จะมีพระลูกแก้วไว้ชื่นชมบ้าง จึงคิดหาหนทางออกเพื่อช่วยชีวิตลูกที่คลอดออกมาใหม่ซึ่งเป็นชาย (และที่กลืนเข้าไปแล้วก็เป็นชายเสียห้าและหญิงหก)   พระนางหาทางออกอย่างง่ายๆ เพราะคงเคยชินกับสถานการณ์เสียแล้ว ด้วยมีประสบการณ์มาถึงสิบเอ็ดครั้ง   พระสวามีรับลูกซึ่งเมียห่อไว้ในผ้าได้ ก็โยนเข้าปากกลืนลงท้องอย่างไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร

                จึงหาหินก้อนงอห่อในผ้า เสมือนว่าเป็นทารกจากอกฉัน
      เฝ้าฟูมฟกกกกอดพรอดรำพัน ต้องจากกันมิพานพบประสพตา
      แสร้งครวญคร่ำรำพึงคิดถึงลูก จะต้องถูกพรากแล้วลูกแก้วจ๋า
      กำสรวลเศร้าสุดโศกโชคชะตา พระผ่านฟ้าแกล้งข้ามิปรานี
                แล้วอุ่มหน่อห่อผ้าขึ้นมาเฝ้า ลงคุกเข่าอิดเอื้อนมิเคลื่อนที่
      กอดฟ่อนท่อนก้อนศิลาด้วยท่าที สุดแสนที่จะหาใครใฝ่เหลียวแล
      ฝ่ายสามีนั้นไซร้มิได้คิด ลืมพินิจพิศดูให้รู้แน่
      พลางกระชากห่อผ้าตาไม่แล หาทันแก้ให้รู้ดูข้างใน
                รีบอ้าปากกลืนส่งลงสู่ท้อง โดยมิต้องพิศวงหรือสงสัย
      พระนางเรตบอกแสร้งตกใจ ฟุบหน้าไปแทบพื้นสะอื้นครวญ
      โล่งหทัยไปหน่อยค่อยใจชื้น รีบกลับคืนสู่เหย้าเข้าสู่สวน
      เพื่อซุกซ่อนพระกุมารตามการควร แล้วชักชวนนางไม้ให้ช่วยกันฯ

จูปีเตอร์วัยเยาว์ กับ อามาลเธอา แพะแม่นม

สมคะเนพระนางเรยิ่งนัก กอดทารกสุดที่รักไว้กับอก เข้าใจดีว่าจะต้องฟูมฟักรักษาเลี้ยงพระบุตราอย่างเป็นความลับสุดยอด   มอบหมายให้สองนางไม้ซึ่งมีนาม เรียกรวมกันว่า นางเมเลี่ยนส์ Melians มีชื่อแยกกันคือ อาดราสเต้ Adraste และอีดา Ida เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้   ซึ่งนางก็รับทําาด้วยดีโดยพาหนีไปอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งในภูเขาอีดา Ida ณ เกาะครีทส์ Cretes อันเป็นถิ่นลึกลับไม่มีใคร่ล่วงรู้   ผู้ทำหน้าที่เป็นแม่นมคือแม่แพะ นาม อามาลเธอา Amalthea (นัยว่าเป็นลูก ของ โอชีอานุส)   งานสำคัญยิ่งอันนี้ หาได้เป็นที่ลืมเลือน ภายหลังเธอได้รับเกียรติสูงส่งให้เป็นดวงดาวขึ้นไปประดับไว้บนท้องฟ้า ที่เราเรียกว่า ดาวแพะ

เพื่อที่จะไม่ให้เสียงร้องของทารกได้ยินไปถึงหูพระบิดา พระนางเรได้จัดคณะนักร้องเสียงแหลมแสบแก้วหู ส่งเสียงร้องประชันกันเป็นเพลงรบกลบกึกก้อง อีกทั้งเคาะเกาะกระทบเครื่อง อาวุธขณะเต้นระบำออกศึกประกอบการร้องรำไปด้วย   โครโนสหาได้เฉลียวใจประการใดเลย เพราะมัวยุ่งมีสัมพันธ์สวาทอยู่กับบรรดาเทพญาติหญิงทั้งหลาย

ทารกที่เกิดใหม่นี้ มีนามว่า จูปีเตอร์    วันคืนผ่านไปก็เติบโตเป็นหนุ่มที่มีความงามเหนือญาติรุ่นก่อนทั้งหลาย อีกทั้งแข็งแกร่งทั้งกายและใจ พร้อมที่จะรับมือกับอันตรายในทุกรูปแบบ

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในที่สุด ครั้นจูปีเตอร์โตพอก็เข้าแย่งอำนาจจากพ่อได้สำเร็จ   ความจริงโครโนสก็พอรู้ระแคะระคายอะไรอะไรอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ทันได้ลงมือจัดการประการใด ประการหนึ่ง   จูปีเตอร์ก็ทำการดักหน้าได้เสียก่อน จัดการให้ญาติผู้ใหญ่ นาม เมตีส Metis ผสมยาที่มีความขื่นขมให้พระบิดาดื่ม จึงสำรอกเหล่าลูกๆ ที่กลืนเข้าไปแล้วออกมาจนหมด   ต่างก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันเต็มที่แล้ว ช่วยลดภาระผู้เป็นมารดาไปได้อักโขที่ไม่ต้องประคบประหงมเลี้ยงดูลูก โขยงใหญ่

สงครามยักษ์ The Clash of the Titans

ก็ใช่ว่าจะกำจัดโครนุสได้ง่ายๆ   เพราะมีพรรคพวกลูกๆ ที่เป็น ประเภท ตีตานส์ Titans และที่เป็นยักษ์ก็อีกไม่น้อย   อย่างไรก็ตาม ด้วยความช่วยเหลืออีกสองแรงแข็งขันจากพี่ชายสองผู้คือ เน็ปจูนและพลูโต้   อีกทั้งสามารถเกลี้ยกล่อมยักษ์ประเภทไซคร๊อบส์ทั้งสาม ให้เข้าฝ่ายตนได้สำเร็จ   ผู้มอบอาวุธสายฟ้าอันมีอำนาจเกรียงไกรให้ แก่จูปีเตอร์ มอบอาวุธสามง่ามให้แก่เน็ปจูน และหอกสองปลายให้ แก่พลูโต้ ต่างจึงมีอาวุธที่มีอานุภาพยิ่งในการรบ   แต่อย่างไรก็ตาม อาวุธที่เป็นผลที่สุดคือก้อนหินใหญ่น้อย ขว้างถูกเป้าหมายทีไรเป็นต้องล้มลุกคลุกคลาน เหล่าอาวุธอื่นนั้นทำอันตรายได้แค่บาดเจ็บประเดี๋ยวเดียวก็หาย เพราะต่างมีชีวิตเป็นอมตะฆ่าไม่รู้จักตาย

            ได้จัดแจงแต่งกำลังตั้งกองทัพ ให้เสร็จสรรพพร้อมเพรียงเสบียงของ
      แบ่งแยกยกประจำยามตามครรลอง ทั่วทั้งกองเก่งกาจฉกาจฉกรรจ์
      รวมอาวุธยุทธาบรรดาสิ่ง ทั่งศรยิงยิ่งฤทธิ์พิษมหันต์
      ตระเตรียมทัพแล้วเสร็จในเจ็ดวัน พระเทวัญเรียกหายักษาดี
            สั่งถอดตรวนตราตรึงขึงไซคล๊อบส์ ผู้ได้มอบสามิภักดิ์มีศักดิ์ศรี
      ตกลงร่วมรบเรียงเคียงภูมี พระผู้ที่เป็นใหญ่ในเทวัญ
      ยอมยกให้สายฟ้าเป็นอาวุธ มีฤทธิ์สุดเหนือหล้านภาสวรรค์
      พ้นจากพันธนาการมานานวัน ยักษ์สามนั้นผ่านรอดอยู่ปลอดภัย
            เสียงรบกันครั่นครื้นทั่วพื้นหล้า เห็นแสงฟ้าเปรี้ยงปร้างสว่างไสว
      มิมีใครเพลี่ยงพล้ำถลำไป ทำศึกได้เวียนจบครบสิบปี
      เหล่าตีตานส์เบื่อหน่ายหายอยากสู้ เพราะหารู้จักตายไปจากที่
      ล้มแล้วลุกรับล่อต่ออีกที ขอเป็นที่พ่ายแพ้แก้รำคาญฯ

สงครามยักษ์

เป็นอันว่าทางฝ่ายตีตานส์ขอยอมเป็นผู้แพ้   ส่วนผู้ที่ไม่ยอมสามิภักดิ์ก็ถูกส่งตัวลงไปอยู่ ณ ดินแดนตารตารุสเช่นที่เคยมาก่อน ส่วน โครนุสหรือซารตูรน หรือแซ๊ทเทิรน Saturn (ตามที่ชาวโรมันเรียก) ได้หนีไปอยู่เสียทางดินแดนด้านตะวันตก ซึ่งคืออิตาลีในปัจจุบัน   บ้างก็ว่าเป็นดินแดน เฮสเปรีดส์ (คือเสปน) บ้างกำหนดให้ลงไปอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอัฟริกา แถวๆ เทือกเขาแอ๊ทลาส

เหตุการณ์เงียบสงบดีแล้ว จูปีเตอร์จึงจัดการแบ่งดินแดนของโลกให้บรรดาพี่ๆ ไปรับผิดชอบครอบครอง   ส่วนที่เป็นน้ำซึ่งโอเชียนุสเคยปกครองอยู่ ก็ยกต่อแก่เน็ปจูน   ส่วนนครใต้บาดาล ก็ควรจะได้มีผู้ดูแลควบคุมและคุ้มครองเสียให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะนอกจากจะเป็นที่คุมขังเหล่า ตีตานส์และยักษ์ใหญ่น้อยแล้ว ยังจะต้องจัดให้เป็นที่อยู่เหล่าดวงวิญญาณของมนุษย์ซึ่งจะมีขึ้นต่อไป นั้นยกให้เป็นความรับผิดชอบของพลูโต้   ส่วนจูปีเตอร์เอง จะเป็นผู้รับผิดชอบรวมทั้งหมดโดยมีอำนาจสูงสุด ครอบครองแผ่นดินสวรรค์ซึ่งหาได้มีผืนแผ่นดินเป็นชิ้นเป็นอัน เช่นส่วนที่เน็ปจูนปกครอง   กำหนดให้ยอดเขาโอลิมปุสเป็นที่อยู่ของบรรดาเทพเจ้าท้ังหลาย ทั้งนี้หมายความว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป จะเป็นสมัยของเทพเจ้าครองโลกและจักรวาล   ผู้เป็นเทพเจ้าก็จะเริ่มด้วยบรรดาลูกๆ ของโครนุส ที่เกิดจากพระนางเร และจะมีการแต่งตั้งเพิ่มเติมกันต่อไปในภายหลัง

ที่ชาวกรีกโบราณเลือกเอายอดเขาโอลิมปุส เป็นที่อยู่ของเหล่าเทพเจ้าก็คงเพราะว่าเป็นที่สูง ที่สุดในแผ่นดิน   ซึ่งในบางครั้งจะไม่สามารถมองเห็นยอดสูงๆ ได้ เพราะมักมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ อันเสมือนที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครสามารถบุกบั่นดั้นด้นไปถึง   เทพสำคัญทุกองค์มีปราสาททองสวยงาม แยกกันอยู่ต่างหาก สร้างโดย วูลคั่น ผู้เป็นทั้งสถาปนิก วิศวกร และงานช่างแทบทุกชนิด โดยเฉพาะช่างโลหะต่างๆ และอัญมณีมีค่า